ความหมายของขนมไทย

posted on 30 May 2009 13:39 by diamond-d

ขนมไทย ล้วนแต่มีรสชาติ หอม หวาน รูปลักษณ์ก็งดงาม

จึงไม่แปลกที่คนไทยส่วนใหญ่มักมอบขนมเพื่อเป็นของฝาก

ของที่ระลึก มาดูหน้าตา และ วิธีการทำดีกว่า

ขนมจ่ามงกุฏ

 ส่วนผสม
เนื้อลูกตาลยีแล้ว 1/2 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
กะทิ 2 ถ้วย
มะพร้าวขูด (เอาไว้โรยหน้าขนม)

วิธีทำ
1. ผสมแป้งและเนื้อลูกตาล นวดกับกะทิทีละน้อยจนหมด
2. ใส่น้ำตาลทรายคนให้ละลายเข้ากันดี
3. นำไปตากแดด 3-4 ชม. ให้แป้งขึ้น
4. เมื่อแป้งขึ้นตักหยอกในถ้วยหรือกะทงใบตอง โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด นึ่งไฟแง15นาที

 

ขนมจ่ามงกุฎ การยกย่องกันที่สุดเห็นจะได้แก่การมอบขนมจ่ามงกุฎให้เนื่องจากคำว่า “จ่า”

แปลว่าหัวหน้า ส่วนคำว่า “มงกุฎ” สื่อถึงพระราชาหรือผู้เป็นใหญ่ ดังนั้น จ่ามงกุฎจึงหมายถึง

หัวหน้าผู้เป็นใหญ่ ดังนั้นจ่ามงกุฎจึงหมายถึงหัวหน้าผู้เป็นใหญ่ ความหมายสูงส่งอย่างนี้

เมื่อบวกกับการทำที่แสนยาก อีกทั้งยังต้องใช้ศิลปะในการทำค่อนข้างสูง จ่ามงกุฎจึงถูกมอบ

ให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงจริง ๆ เท่านั้น

ส่วนผสม
1. เม็ดแตงโม แกะแล้ว 1/2 ถ้วย
2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
3. น้ำดอกมะลิ 1 ถ้วย
4. ทองคำเปลวแท้ 2 แผ่น
5. แป้งสาลี 1 ถ้วย
6. ไข่แดงของไข่ไก่ 3 ฟอง

วิธีทำ
1. เชื่อมน้ำตาล โดยใช้น้ำตาลกับน้ำดอกมะลิตั้งไฟให้เดือด

    กรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วตั้งไฟต่ออีก 5 นาที
2. ล้างขัดกะทะทองเหลืองให้สะอาดเป็นเงา ตะแคงข้างหนึ่ง

    คั่วเม็ดแตงโมโดยใช้มือจุ่มลง ในน้ำเชื่อม แล้วกวาดไปมา จนน้ำตาลแห้งแล้ว 

    ช้มือจุ่มน้ำเชื่อม ทำเช่นนี้ต่อไป จนน้ำตาลเกาะเป็นหนามติดเม็ดแตงโมพองาม

    เก็บใส่ภาชนะอย่าให้อากาศเข้า


3. ระหว่างที่กวาดเม็ดแตงโมอยู่นั้น ต้องตะแคงกะทะและใช้ ผ้าขาวบางเช็ดกะทะ
    ให้สะอาดอยู่เสมอ


4. นวดแป้งกับไข่แดงจนนิ่มมือ ถ้ายังแห้งอยู่จึงเติมน้ำ แล้ว คลึงแป้งเป็นแผ่นบาง ๆ

    กดให้กลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร นำแผ่นแป้งที่ตัดแล้ว ใส่ในถ้วยตะไล

    ใช้มือ กดเบา ๆ ให้เป็นรูปก้นถ้วยตะไล ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วจึงเอาไป อบพอสุกกลายเป็น

     แป้งรองขนม


5. การทำมงกุฎ ให้เอาน้ำตาลทรายใส่หม้อเล็ก ๆ ใส่น้ำนิด หน่อย ตั้งไฟอ่อน ๆ พอน้ำตาล

     ละลายเอาเม็ดแตงโมที่ กวาดไว้แล้วลงจุ่มให้น้ำตาลติดกับแป้งที่อบไว้รอบ ๆ


6. ปั้นทองเอกกลม ๆ วางตรงกลาง ใช้มีดปลายแหลมผ่าเป็น 6 พู เหมือนผลมะยม

     แล้วปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ เท่าเม็ดถั่วเขียววางบนยอดขนมที่ผ่าไว้ ใช้ทองคำเปลวตัดเป็น

     สี่เหลี่ยมชิ้นเล็ก ๆ แตะตรงยอดมองเห็นเหมือนมงกุฎ

 

ขนมชั้น…..

หมายถึงความเจริญเป็นชั้นที่สูงขึ้น

ส่วนผสม

แป้งมัน                     7  ถ้วย

แป้งข้าวเจ้า               2 ถ้วย

มะพร้าวขูดขาว          2 กิโลกรัม

น้ำตาลทรายขาว        1.1 กิโลกรัม

น้ำใบเตยข้นๆ           3/4 ถ้วย

น้ำลอยดอกมะลิ         3 ถ้วย

วิธีทำ

1. คั้นมะพร้าวให้ได้กะทิ 11 ถ้วย ( ใช้น้ำสำหรับคั้น 6 ถ้วย )

2. ผสมน้ำตาล น้ำลอยดอกมะลิิ เข้าด้วยกันใส่ในกระทะทอง ตั้งไฟพอน้ำตาลละลาย

    ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง ยกขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง เคี่ยวให้ข้น ให้เหลือน้ำประมาณ 5 ถ้วย

3. ผสมแป้งมัน แป้งข้าวเจ้า เข้าด้วยกัน ใส่กะทิและน้ำเชื่อม ทีละน้อย นวดให้เข้ากันแล้ว

    จึงใส่กะทิและน้ำเชื่อมที่เหลือจนหมด

4. แบ่งส่วนผสมข้อ 3. ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งใส่น้ำใบเตย อีกส่วนไม่ใส่สี

 5. ใส่น้ำในลังถึงประมาณ 3/4 ของลังถึง ตั้งไฟให้น้ำเดือด นึ่งถาดให้ร้อน

      ใส่แป้งสีขาวนึ่งประมาณ 5 นาที ชั้นต่อไปเป็นแป้งสีเขียว สลับกันและ

      เพิ่มเวลาเป็น 6-7 นาที ชั้นสุดท้ายเป็นสีเขียว นึ่งประมาณ 10 นาที


ขนมถ้วยฟู

หมายถึงความเจริญฟูเฟื่อง

ส่วนผสม

1. แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง

2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง

3. น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วยตวง

4. ยีสต์ 1 ช้อนชา

5. ผงฟู 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ใส่ยีสต์ลงไปในแป้งข้าวเจ้าคนให้เข้ากัน

     ใส่น้ำลอยดอกมะลิทีละช้อนนวดเป็นแป้งนิ่มเนียน

2. ใส่น้ำตาล และ น้ำทั้งหมดลงในแป้ง ใส่ผงฟู

     นวดต่อไป ปิดฝา ครอบไว้ 1 - 2 ชั่วโมง

3. เรียงถ้วยลงในรังถึง นึงน้ำให้เดือนจนถ้วยร้อน

    (ประมาณ 5 นาที)

4. ตักขนมที่ผสมไว้ใส่ถ้วย พอเต็ม ปิดฝา

    นึ่งประมาณ 10 - 15 นาที ยกลงพักไว้ให้เย็น

    จึงนำออกจากถ้วย

ขนมทองเอก

 หมายถึงชีวิตที่เป็นหนึ่งตลอดกาล

ส่วนผสม

ไข่เป็ด 5 ฟอง

น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

ไข่ไก่ 5 ฟอง

แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง

หัวกะทิ 1 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำ

1.ต่อยไข่แยกไข่ขาวออกไข่แดงใส่ชามปิดฝาไว้อย่าให้ถูกลม

2.หัวกระทิผสมน้ำตาลทรายตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวให้เป็นยางมะตูมยกลงจากเตา

3.ใส่ไข่แดงที่แยกไว้ลงในหัวกระทิที่เคี่ยวไว้คนเร็วๆ ให้เข้ากัน ใส่แป้งลงคนต่อให้เข้ากัน แล้วยกขึ้นกวนด้วยไฟอ่อนๆ จนไข่สุกและแป้งล่อนออกจากกระทะ ยกลง

4.ตัดขนมเป็นก้อนกลม แตะทองคำเปลวชิ้นเล็กๆ แล้วถดลงในพิมพ์ไว้ให้แน่น แล้วเคาะออก เรียงใส่ภาชนะ


ขนมทองพลุ

หมายถึงความเจริญ มีชื่อเสียงโด่งดัง เหมือนพลุ

ส่วนผสม

 

แป้งสาลีร่อนแล้ว 1      ถ้วย
ไข่ไก่ 3      ฟอง
น้ำลอยดอกมะลิ 1      ถ้วย
เนยหรือมาการีน 2      ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/4      ช้อนชา
น้ำมันพืชสำหรับทอด        
น้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมชนิดข้น        


วิธีทำ

1.  ใส่น้ำลอยดอกมะลิลงในกระทะทอง ตั้งไฟพอเดือด ใส่เนย


2.  ร่อนแป้งสาลีกับเกลือเข้าด้วยกัน แล้วเทแป้งลงในน้ำเดือดๆ ในข้อ

      1 คนเร็วๆ อย่าให้แป้งเป็นเม็ด ปิดไฟ ยกลง


3.  ต่อยไข่ใส่ในส่วนผสม้อ 2 ขณะแป้งยังอุ่นๆ อยู่ โดยใส่ทีละฟองจนหมด

      คนให้เข้ากัน
4.  ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟกลาง ใช้ช้อนตักขนมแล้วใช้นิ้วปาดลงในน้ำมันร้อนๆ

     จนเต็มกระทะ ทอดจนขนมพอง สุกเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน


5.  จัดใส่จาน เสิร์ฟกับน้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง


 


ขนมลูกชุบ

หมายถึงความน่ารักน่าเอ็นดู

ส่วนผสม

◊ ถั่วเขียวเราะเปลือก ๔๐๐ กรัม
◊ กะทิกระป๋อง ๒ กระป๋อง
◊ น้ำตาลทราย ๓ ถ้วย
◊ วุ้นผง ๒ ช้อนชา
◊ น้ำลอยดอกมะลิ ๒ ถ้วย
◊ ไม้เสียบลูกชิ้น
◊ สีผสมอาหาร
◊ พู่กัน
◊ จานผสมสี

วิธีทำ

◊ ล้างถั่วซาวในน้ำเหมือนซาวข้าวให้สะอาด และแช่น้ำประมาณ ๑-๒ ชั่วโมง

    นำถั่วที่แช่มานึ่งให้สุก สังเกตจากเม็ดถั่วจะบานๆออกมา
◊ กะทิ ๒ กระป๋อง ประมาณ ๔ ๑/๒ ถ้วย
◊ ผสมถั่วนึ่งสุก กับน้ำกะทิ แบ่งลงปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียด
◊ ตั้งกระทะ ความจริงต้องใช้กระทะทอง แต่ไม่มี ก็ใช้เทฟล่อนแทนเอาค่ะ

   เทถั่วปั่นกับน้ำกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายทั้งหมด ตั้งไฟให้เดือด

   ในระหว่างนี้ต้องคนไปด้วยตลอดเวลา เดี๋ยวมันไหม้ที่ก้นค่ะ


◊ พอเริ่มเหนียวต้องเริ่มระวังมันจะกระเด็น เราจึงควรลดไฟซะหน่อย

   เคี่ยวไปจนกว่าแป้งจะแห้ง ร่อนไม่ติดกระทะ ต้องให้แห้งนะ ไม่งั้นเดี๋ยวปั้นไม่ได้

   ปล่อยให้เย็น จนพอปั้นได้จึงนวดให้เข้ากัน ต่อจากนี้ก็สวมวิญญาณนักปั้นได้เลยค่ะ


◊ ในระหว่างปั้นควรหาอะไรคลุมแป้งไว้ด้วย เดี๋ยวแป้งแห้ง เมื่อปั้นจนแป้งหมดแล้ว 


◊ ระบายสีเสร็จก็เริ่มนำไปชุบวุ้น แนะนำให้เรียงลำดับไปทีละแถว

    เพราะเราต้องทำอย่างน้อย ๓ รอบ เมื่อจบแถวสุดท้าย แถวแรกก็แห้งพร้อมจะชุบรอบ

    ๒ ได้ ทำจนวุ้นเคลือบได้เงาหนาจนเราพอใจ

วิธีทำวุ้น

◊ ผสมวุ้นกับน้ำลอยดอกมะลิ ถ้าไม่มีใช้กลิ่นมะลิหยดเอาค่ะ ไม่เสียหาย

    แล้วคนให้เข้ากัน ตั้งไฟกลาง หมั่นคนตลอดเวลาจนกระทั่งวุ้นใสเป็นมัน

    เหนียวพอติดพาย ก็เป็นอันใช้ได้ ลดให้เหลือไฟอ่อน ถ้ามีฟองสีขาวลอยขึ้นมาอย่าตกใจ

    ก็ช้อนมันทิ้งไปซะ ก็ใช้วิธีอุ่นไว้ตลอดเวลา เพราะไม่อย่างนั้นมันจะไม่จับตัวขนมให้สวย

    แต่ก็ห้ามให้ร้อนนะคะ บอกไม่ถูก ต้องคอยดู ถ้าเริ่มร้อนมากไปจะทำให้สีที่เราทาขนมไว้

    ละลายออกมา ถ้าร้อนเกินไปก้อยกลงจากเตาก่อน พอจะเริ่มเย็นก็เอาไปอุ่นใหม่


ขนมมะพร้าวแก้วหรือข้าวเหนียวแก้ว

มะพร้าวแก้ว

มะพร้าวขูดเป็นเส้นๆ 3 ถ้วยตวง

* น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง

* น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วยตวง (หรือน้ำเปล่า)

* เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

* สีผสมอาหาร (แล้วแต่สีที่ชอบ)

วิธีทำ

 1. ผสมน้ำเปล่าและน้ำตาลทรายลงในกระทะทองเหลือง

    นำไปตั้งบนไฟอ่อนจนละลาย ใส่เกลือลงไป เคี่ยวต่อจนเหนียวเป็นยางมะตูม

    แล้วจึงเติมสีผสมอาหารลงไป (ถ้าต้องการหลายสี ให้แบ่งน้ำเชื่อมออกมาเป็นส่วนๆ

    ตามจำนวนสีที่ต้องการ)

2. เมื่อเตรียมน้ำเชื่อมเสร็จแล้ว ใส่มะพร้าวขูดลงไปเชื่อม คนให้ทั่วเพื่อให้น้ำตาล

     จับมะพร้าวให้ทั่วทั้งเส้น เชื่อมจนน้ำงวดลงจึงปิดไฟ

3. ตักมะพร้าวเชื่อมออกมาวางบนถาด ใช้ช้อนจัดแต่งรูปทรงให้เป็นลักษณะก้อน

    กลมขนาดพอๆกัน (ต้องทำให้เสร็จก่อนน้ำเชื่อมแห้ง) เมื่อทำเสร็จ ให้นำไปผึ่งแดดจนแห้ง

4. จัดใส่จานเสริฟหรือใส่ภาชนะมิดชิดเพื่อเก็บไว้รับประทานภายหลังได้

ข้าวเหนียวแก้ว

 

 

ส่วนผสม      
   1. ข้าวเหนียว 1  ถ้วยตวง  
   2. หัวกะทิ 3/4 ถ้วยตวง  
   3. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง  
   4. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา  
   5. น้ำใบเตย 1/2 ถ้วยตวง  
   6. น้ำปูนใส 1 ช้อนโต๊ะ                  
               
 วิธีทำ
 1. ซาวข้าวเหนียวให้สะอาดวางลงบนรังถึงที่ปูด้วยผ้าขาวบาง ตั้งบนน้ำเดือด

     นึ่งจนข้าวเหนียวสุก ใส่น้ำใบเตยผสมกับหัวกะทิคนให้เข้ากับน้ำปูนใส

     แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางใส่เกลือป่นคนให้เกลือละลาย ใส่ชามอ่างใบใหญ่ๆ

 2. เมื่อข้าวเหนียวสุกดีตักข้าวใส่ชามกะทิเคล้าเร็วๆ ให้ข้าวเหนียวคลุกกับกะทิ

     ให้ทั่วปิดปากชามไว้ประมาณ 10-20 นาที ให้ข้าวเหนียวอมน้ำไว้จนกะทิแห้ง

 3. ใส่น้ำตาลลงในข้าวเคล้าเบาๆ ให้ทั่วกัน แล้วเทใส่กระทะทองตั้งไฟอ่อนๆ

      คลุกจนน้ำตาลละลายจับเม็ดทั่วยกลงจากเตา  

หมายถึงที่สื่อถึงแก้วอันประเสริฐ


ขนมเสน่ห์จันทร์

ส่วนผสม


  • แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
  • แป้งข้าวเหนียว  1 ถ้วยตวง
  • หัวกะทิ 6 ถ้วยตวง
  • ไข่ไก่ (ไข่แดง)  4 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 4 ถ้วยตวง
  • ผงจันทน์ป่น  1 ช้อนชา
  • สีผสมอาหารสีเหลือง



วิธีทำ


  • นำแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียวผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  • นำหัวกะทิ  น้ำตาลทราย ละลายเข้าด้วยกัน แล้วนำมากรองด้วยผ้าขาวบาง
  • นำแป้งที่ผสมไว้  มาใส่ในหัวกะทิ  ใส่น้ำตาล  ผงจันทน์ป่น  ตั้งไฟกวยด้วยไฟอ่อน กวนจนเข้ากันดี  จับตัวเป็นก้อน
  • นำไข่แดงมาตีให้ทั่ว  ใส่ไข่แดงลงในแป้งขณะที่ยังร้อน  คนให้เข้ากัน  ผสมสีเหลืองลงเล็กน้อย เพื่อให้มีสีสัน  แล้วยกลง
  • นำน้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง เคี่ยวเป็นสีน้ำตาลหยอดบนผลเสน่ห์จันทน์เพื่อเป็นขั้วผลจันทน์
  • พอนขนมอุ่น ๆ ปั้นเป็นรูปผลจันทน์  ใช้น้ำตาลที่เคี่ยวหยอดเป็นขั้วของผลจันทน์

ที่หมายถึงความมีเสน่ห์ดุจดั่งดวงจันทร์


ขนมตาล

ที่หมายถึงชีวิตที่หวานราบรื่นชื่นบาน

ส่วนผสม
เนื้อลูกตาลยีแล้ว 1/2 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
กะทิ 2 ถ้วย
มะพร้าวขูด (เอาไว้โรยหน้าขนม)

วิธีทำ
1. ผสมแป้งและเนื้อลูกตาล นวดกับกะทิทีละน้อยจนหมด
2. ใส่น้ำตาลทรายคนให้ละลายเข้ากันดี
3. นำไปตากแดด 3-4 ชม. ให้แป้งขึ้น
4. เมื่อแป้งขึ้นตักหยอกในถ้วยหรือกะทงใบตอง โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด นึ่งไฟแง15นาที

 

edit @ 30 May 2009 16:44:03 by mung thai mee dee

Comment

Comment:

Tweet

#9 By ชล (202.29.178.159|202.29.178.159) on 2014-02-25 13:05

#8 By กชกร เดชบำรุง (103.7.57.18|110.49.224.182) on 2012-07-02 21:14

อิอิ
big smile

#7 By (125.27.249.47) on 2010-08-04 13:58

อิอิ
big smile

#6 By (125.27.249.47) on 2010-08-04 13:57

question มีแของอร่อย

5555

5555

*-*

+-+

#5 By ไม่บอกหรอก (58.9.74.87) on 2010-06-27 12:05

ไม่มีข้าวเหนียวสังขยา

#4 By (58.9.56.169) on 2010-06-21 20:07

อื้ย ไม่มีขนมกะละเเมบ้างรือไง open-mounthed smile

#3 By ลาลา - - (125.24.182.55) on 2010-05-28 07:10

อื้ย ไม่มีขนมหะละเเมบ้างรือไง open-mounthed smile

#2 By ลาลา - - (125.24.182.55) on 2010-05-28 07:09

สาระ Hot! Hot!

ขอบคุณค่ะ อยากลองทำขนมชั้นดูจังเลย